กระทู้ในฟอรัม

P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
04 ต.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
อย่างนี้เราโดนหลอกรึเปล่า ซื้อประกันรถยนต์แบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก แต่พอเอารถไปเครม บางคนกลับถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกด้วย แต่บางคนก็ไม่โดนเรียกเก็บเอ้ะยังไง พี่เม่นขออธิบายเรื่องค่าเสียหายส่วนแรกอย่างนี้ครับ ปกติในประกันภัยรถยนต์จะมีค่าเสียหายส่วนแรกอยู่ในหลาย ๆ ส่วนครับ แต่พี่เม่นแบ่งออกมาให้เห็นเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนที่ 1 ก็คือ ส่วนที่เราเป็นผู้สมัครใจที่จะให้มีค่าเสียหายส่วนแรก โดยเราจะได้ผลประโยชน์เป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม และทำให้เราซื้อประกันภัยรถยนต์ได้ถูกลง เงื่อนไขนี้จะระบุข้อมูลอยู่บนหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของเราครับ ที่เราจะเห็นอยู่ในช่อง ความคุ้มครองตัวรถผู้เอาประกันภัย ความเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจนี้ เราใส่ตัวเลขลงไปเท่าไหร่ เราก็ได้ลดเบี้ยประกันภัยไปเท่านั้นครับ เช่น ใส่ค่าเสียหายส่วนแรกไป 5,000 บาท เบี้ยประกันภัยก็ลดลง 5,000 บาทเช่นเดียวกัน ในกรณีที่เราเครมซ่อมรถเรา โดยเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี เราต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกนี้ด้วย แต่ถ้าเป็นฝ่ายถูกก็ไม่ต้องเสียนะครับ แต่ถ้าไม่มีตัวเลขนี้อยู่นั่นก็แปลว่าเราซื้อประกันภัยรถยนต์แบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรกนั่นเอง ในส่วนที่ 2 ก็คือค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ อันนี้จะมีอยู่ในหลาย ๆ ส่วนเลย ทั้งใส่ส่วนของรถเราเอง และส่วนของบุคคลภายนอก ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ปรากฎอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัย คนส่วนใหญ่ไม่เห็น ก็เลยนึกว่าไม่มี แต่ทุกบริษัทจะมีแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน คู่มือ เงื่อนไขและความคุ้มครอง กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่จะได้รับมาพร้อมกับประกันภัยรถยนต์ครับ แต่ละบริษัทรูปเล่มอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เนื้อหาข้างในเหมือนกันครับ ของใครหายไปแล้ว ลองค้นหาได้ใน Google ครับ ในส่วนค่าเสียหายส่วนแรกที่เกี่ยวข้องกับตัวรถเรา อ่านรายละเอียดได้ที่หัวข้อ ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ข้อ 4 ถ้าเหตุการณ์ที่เราเครมไปเข้าเงื่อนไขตามคู่มือนี้ เราก็จำเป็นต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกนี้ด้วยครับ สิ่งที่ต้องทราบอีกอย่างคือ ถ้าหากเกิดค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่า 1 กรณี เราก็ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกทุกกรณีครับ เช่น เราซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ระบุค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจไว้ 5,000 บาท แล้วเกิดอุบัติเหตุ ที่เข้าเงื่อนไขที่ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับด้วยอีก 1,000 บาท แปลว่าเวลาเราเอารถไปเครมก็จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 ส่วน รวมทั้งหมด 6,000 บาท แล้วเดี๋ยวคลิปหน้าพี่เม่นจะอธิบายเรื่องเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก กรณีซ่อมรถเราอีกทีนึงครับ ติดตามความรู้เกี่ยวกับประกันภัย และวิธีการสร้างรายได้จากประกันภัย กับพี่เม่น ได้ทาง YouTube SRIKRUNG 168 Facebook เพจ SRIKRUNG 168 สอนสร้างรายได้จากประกันภัย และเว็บไซต์ srikrung168.com นะครับ
ค่าเสียหายส่วนแรก Ep.1 content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
30 ก.ย. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สำหรับสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ทุกคนมีสิทธิ์ซื้อประกันวินาศภัยทุกชนิดในราคาสมาชิก ซึ่งรวมถึง พ.ร.บ. รถยนต์ด้วย และแต่ละบริษัทให้ส่วนลดไม่เท่ากัน สมาชิกบางคนก็อาจจะคิดว่า งั้นเราก็ซื้อประกันภัยบริษัทนึงที่ให้ความคุ้มครองดีดที่สุด และไปซื้อ พรบ รถยนต์ในบริษัทที่ได้ส่วนลดมากที่สุดดีกว่า เพราะทุกบริษัทให้ความคุ้มครองเท่ากัน วิธีนี้ดูเหมือนจะทำให้เราประหยัดได้มากขึ้น แต่พี่เม่นแนะนำให้ลองคิดถึงในอีกมุมหนึ่งครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า พรบ รถยนต์ และประกันภัยรถยนต์ ให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกัน พรบ รถยนต์ ให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้ประสบภัยจากรถ ส่วนประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมถึงให้ความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และสุขภาพของบุคคลภายนอกด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าจะให้ความคุ้มครองในส่วนที่เกินจาก พรบ รถยนต์ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเรียกใช้ความคุ้มครองของ พรบ รถยนต์ให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุจริง พี่เม่นก็ไม่มั่นใจว่าจะมีใครสักกี่คนที่จะมีสติพอจะแยกแยะได้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ควรจะเรียกพนักงานสำรวจภัยจากบริษัทที่เราซื้อ พรบ รถยนต์ หรือจะเรียกจากบริษัที่เราซื้อประกันภัยรถยนต์ดี และถ้าหากเรียกมาผิดบริษัทก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เสียเวลามากขึ้น และอาจจะเป็นอุปสรรคประสานงานทำใหทุกอย่างล่าช้าไปหมด หรือแม้แต่เราเรียกมาถูก แต่หากบริษัทที่เราซื้อ พรบ และประกันภัยรถยนต์เป็นคนละบริษัทกัน เราก็ต้องติดต่อประสานงานสองรอบ ต้องรอให้ บริษัทของ พรบ จัดการเครมสินไหมให้เราเรียบร้อยก่อน จึงจะไปใช้ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ซึ่งเป็นของอีกบริษัทได้ อันนี้ก็จะทำให้เกิดความล่าช้ากว่าการใช้เพียงแค่บริษัทเดียว จำนวนเงินที่เราประหยัดไปจากการเลือกใช้บริษัทประกันภัยที่ให้ส่วนลดมากกว่า ก็ไม่ได้มากมาย ไม่คุ้มค่ากับความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นได้ครับ พี่เม่นจึงแนะนำสมาชิกในทีมอยู่เสมอ ให้เลือกใช้ พรบ รถยนต์ และประกันภัยรถยนต์เป็นบริษัทเดียวกัน ไม่ต้องเสียดายส่วนลดของ พรบ ที่อาจจะลดได้มากกว่า เพราะส่วนต่างนี้เทียบไม่ได้เลยกับความไม่สะดวกในเวลาที่จะต้องใช้งานจริงครับ ติดตามความรู้เกี่ยวกับประกันภัย และวิธีการสร้างรายได้จากประกันภัย กับพี่เม่น ได้ทาง YouTube SRIKRUNG 168 และ Facebook เพจ SRIKRUNG 168 สอนสร้างรายได้จากประกันภัย นะครับ
ทำไมเราจึงควรซื้อ พรบ และประกันภัยรถยนต์เป็นบริษัทเดียวกัน content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
27 ก.ย. 2564
สิทธิประโยชน์สมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ (มีบัตรนายหน้า) content media
0
0
5
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
27 ก.ย. 2564
สิทธิประโยชน์สมาชิกศรีกรุงงโบรคเกอร์ (ไม่มีบัตรนายหน้า) content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
30 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สวัสดีครับ พี่เม่นจาก srikrung168.com นะครับ สำหรับสมาชิกใหม่ของศรีกรุงโบรคเกอร์ก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติ พี่เม่นแนะนำให้ศึกษาแผนการตลาด MGM ของศรีกรุงโบรคเกอร์ให้ละเอียด ฟังและวิเคราะห์หลาย ๆ รอบ เพราะนี่จะกลายเป็นคู่มือในการวางแผนงาน ให้เราสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ได้ครับ ในชุดของแผนการตลาด MGM คลิปนี้จะเป็นคลิปแรก พี่เม่นจะแนะนำก่อนว่า ทำไมทำอาชีพนายหน้าประกันวินาศภัยกับศรีกรุงโบรคเกอร์จึงน่าสนใจ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อนนะครับ พี่เม่นเป็นสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ รหัสสมาชิก AM00154524 จากวันที่สมัครสมาชิกครั้งแรกในระดับ 6 ได้ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อย ๆ ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2 แล้วครับ พี่เม่นทำงานออนไลน์อย่างเดียว ก็จะเจอพี่เม่นในช่องทางออนไลน์เป็นหลักนะครับ เรามาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ประกันกันวินาศภัยกันก่อนครับ จากข้อมูลในเว็บไซต์ของ คปภ ได้อธิบายว่า จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยมีหลักการใช้งานกันมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสตศักราชในหลายมุมของโลกแต่อาจจะไม่ได้ทำเป็นกิจการ เป็นลายลักษณ์อักษรกัน ส่วนสัญญาประกันภัยฉบับแรกเกิดขึ้นในปี 1547 ซึ่งก็เกือบ 500 ปีที่แล้ว เป็นการทำประกันภัยเกี่ยวกับการเดินเรือสินค้าของอังกฤษ สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุยืนยาวมากนับร้อยปี และได้พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะล้มหายตายจากไป เหมือนผลิตภัณฑ์หลาย ๆ ประเภท เพียงแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานตามยุคตามสมัยเท่านั้นเอง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจะมีอายุไปอีกยาวนานเลยทีเดียว ตลาดของประกันวินาศภัยในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงมาก ใน 1 ปีมีการซื้อขายกันมากกว่า 2 แสนล้านบาท และมีคนที่อยู่ในอาชีพนี้เป็นจำนวนมาก เชื่อมั้ยครับว่าศรีกรุงโบรคเกอร์ มีสมาชิกมากกว่า 3 แสนคน ประกอบด้วยสมาชิกที่ต้องการแค่ซื้อประกันในราคาสมาชิก และสมาชิกนายหน้าประกันวินาศภัย มีพนักงานที่ช่วยเราดูแลเรื่องเช็คเบี้ยและแจ้งงานมากกว่า 500 คน และแผนการตลาด MGM ทำให้มีผลประกอบการเติบโตทุกปี ใคร ๆ ก็มองว่าแต่ศรีกรุงโบรคเกอร์เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก แต่ก็ยังมีส่วนแบ่งการตลาดแค่ไม่ถึง 2% ของมูลค่าทั้งตลาด เพราะฉะนั้น ยังมีโอกาสในตลาดนี้อีกเยอะเลยครับ ในส่วนของประกันวินาศภัยจะมีสินค้าประกันภัยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประเภทสินค้าที่มีคนซื้อมากที่สุดคือประกันภัยรถยนต์ ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 แสน 3 หมื่นล้านบาท นั่นก็เลยอาจจะเป็นเหตุผลที่เวลาชวนคนเข้ามาในธุรกิจ เราจะคุ้นกับคำว่าชวนมาขายประกันรถยนต์ แต่จริง ๆ แล้วประกันรถยนต์เป็นแค่สินค้า 1 ในหลาย ๆ ตัวที่นายหน้าประกันวินาศภัยขายได้ ที่คนทั่วไปรู้จักกันอีกก็จะเป็นประกันอัคคีภัย ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเกือบหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว อีกกลุ่มเป็นสินค้าที่คนไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ คือประกันภัยทางทะเลและการขนส่ง ก็มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 4 พันล้าน ซึ่งนายหน้าของศรีกรุงโบรคเกอร์ก็สามารถขายได้เช่นเดียวกัน และสุดท้าย คือสิ่งที่ไม่เข้าพวก 3 อย่างที่พูดถึงก่อนหน้านี้ จะไปอยู่รวมกันหมดในประกันเบ็ดเตล็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดสูงมาก เกือบแสนล้าน ประกันพวกนี้อย่างเช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ ประกันการเดินทาง และยังมีประกันอื่น ๆ อีกยิบย่อยมากมายเลยครับ เราทำอาชีพเกี่ยวกับประกันภัย จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ซึ่งมีแค่ใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยแค่ใบเดียว เราก็สามารถขายประกันภัยทั้งหมดที่ว่านี้ได้ครับ ยกเว้นประกันชีวิต ที่ใช้ใบอนุญาตอีกใบ คิดดูสิครับว่าลูกค้า 1 คน แต่เราสามารถนำเสนอประกันภัยให้เค้าได้หลายอย่างเลย อย่างน้อยสิ่งแรกเริ่มต้นจากประกันภัยรถยนต์ เป็นสินค้าเบสิกที่ใคร ๆ ก็ซื้อกัน ถัดมาเค้ามีบ้านใช่มั้ยครับ เราก็ยังสามารถนำเสนอประกันอัคคีภัยให้เค้าได้อีก ในการใช้ชีวิตประจำวันย่อมมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เราก็มีประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพนำเสนอให้เค้าได้อีก หรือเค้าไปเดินทางท่องเที่ยว ก็ยังมีประกันภัยการเดินทางนำเสนอได้ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือ ส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ประกันภัย เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับให้ซื้อ และประกันภัยจะเป็นการทำแบบปีต่อปี จึงทำให้เป็นสินค้าที่จะต้องมีการซื้อซ้ำตลอดเวลา ซื้อปีที่ 1 แล้วก็จะต้องมีการต่ออายุปีที่ 2 ปีที่ 3 ปีที่ 4 ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกับลูกค้าที่เค้ามองเห็นความสำคัญของการทำประกันภัยยังไงเค้าก็จะซื้อครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำคือ ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้เค้ามีความรู้สึกที่ดีกับเรา ก็จะมีโอกาสที่เค้าจะต่ออายุกับเราเรื่อย ๆ ครับ ซึ่งตามสถิติที่เคยได้ยินจากผู้บริหารก็จะมีการต่ออายุกับศรีกรุงโบรคเกอร์อยู่ที่ประมาณ 70% ถ้าหากเรารักษาฐานการต่ออายุเอาไว้ได้ ด้วยแผนการตลาด MGM ที่เน้นรูปแบบการสร้างรายได้จากการบอกต่อ ไม่ใช่การขาย รูปแบบการตลาดแบบนี้ จะเป็นการขยายฐานรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี ของเดิมรักษาไว้ได้ 70% และทีมงานที่ช่วยกันบอกต่อก็เติมงานใหม่เข้ามาสมมุติว่าเติมเข้ามา 50% ลักษณะนี้ ทำให้สมาชิกของศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ทำตามแผนการตลาดทุกคน มีแผนรายได้เติบโตกันไปด้วยครับ และถึงแม้นายหน้าประกันวินาศภัยจะเป็นอาชีพควบคุมที่จะต้องได้รับใบอนุญาตจาก คปภ แต่สิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ คือ อาชีพนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาทำได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเราจะจบอะไรมาเราไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษามาสมัคร ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ไม่มีวันหมดอายุที่เราจะเริ่มต้นอาชีพนี้ ไม่ว่าเราจะมีสุขภาพและสภาพร่างกายแบบไหนทุกคนมีสิทธิ์ทำอาชีพนี้ได้เท่าเทียมกัน ซึ่งเฮียศรีกรุง ผู้ก่อตั้งศรีกรุงโบรคเกอร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว เฮียเป็นคนพิการ เป็นโปลีโอ ต้องนั่งรถเข็น ได้เรียนเพียงชั้นประถม ผ่านมาหลายอาชีพแล้ว เป็นช่างทำทอง ช่างกุญแจ คนขับแท๊กซี่ ทำขายตรง ตัวแทนประกันชีวิต และมาสร้างธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยได้จนธุรกิจเติบโตทุกวันนี้ นั่นเพราะอาชีพนี้เปิดโอกาสให้ทุกคนจริง ๆ และอาชีพนี้ เป็นอาชีพอิสระที่เราสามารถออกแบบการทำงานและการใช้ชีวิตให้เป็นแบบที่เราต้องการได้จริง ๆ ถ้าเรามีงานประจำอยู่แล้ว เราสามารถใช้เวลาว่างในช่วงไหนของวันก็ได้ทำอาชีพนายหน้าประกันวินาศภัยเป็นอาชีพเสริม เพิ่มความมั่นคงทางรายได้ให้เราได้อีกทาง วิธีการทำงานก็ไม่ได้จำกัด เราสามารถออกแบบการทำงานได้ตามความถนัดของเรา ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นคนพูดเก่งเท่านั้น มีหลายคนที่อยู่ในอาชีพนี้โดยที่เป็นคนพูดไม่เก่ง สื่อสารไม่เก่ง ขายไม่เก่ง ไม่เก่งเทคโนโลยี แต่รูปแบบการทำงานที่ไม่ตายตัว เราสามารถค้นหาความถนัดของเราและประยุกต์มาใช้ให้เหมาะสมกับเราได้ รูปแบบการทำงานเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยกับศรีกรุงโบรคเกอร์จะมีความแตกต่างจากนายหน้าประกันวินาศภัยทั่วไปที่เน้นการขาย โดยศรีกรุงโบรคเกอร์ใช้ระบบ MGM หรือ Member Get Member เข้ามาบริหารจัดการ ส่วนจะแตกต่างกันอย่างไร พี่เม่นจะอธิบายใน EP.2 ครับ
แผนการตลาด MGM EP.1 ทำไมอาชีพนายหน้าประกันวินาศภัยจึงน่าสนใจ content media
0
0
8
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
28 ส.ค. 2564
ติวสอบนายหน้าประกันวินาศภัย 2 content media
0
0
1
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
28 ส.ค. 2564
ติวสอบนายหน้าประกันวินาศภัย 1 content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
28 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ โดนชนแล้วหนี ถือว่าไม่มีคู่กรณีประกันภัยประเภทนี้ไม่คุ้มครองรถของเรานะครับ แต่เดี๋ยวก่อน ตอนนี้มีประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+X จากเอเชียประกันภัย ที่เพิ่มความคุ้มครองรถของเราในกรณีโดนชนแล้วหนีด้วยครับ เพียงมีเงื่อนไขว่าต้องแจ้งเหตุทันทีเท่านั้นเอง โดยมีทุนประกันให้เลือก 2 ระดับคือ 1 แสน และ 1.5 แสนบาท โดยแผน 2 ทุนประกันภัย 1.5 แสนบาทยังเพิ่มความคุ้มครอง น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ ลมพายุ และภัยก่อการร้ายอีกด้วยครับ ซื้อได้ทั้งรถเก๋ง รถกะบะ และรถตู้ใช้งานส่วนบุคคลไม่จำกัดอายุรถนะครับ ใครสนใจประกันภัยประเภท 2+ อยู่ ลองพิจารณาแพคเกจนี้เป็นทางเลือกอีกตัวนึงดูครับ
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+X โดนชนแล้วหนีก็ยังเครมได้ content media
0
0
1
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
27 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
รู้มั้ยครับวันนี้รถส่วนบุคคลทุกคันต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้แล้ว พอดีเพื่อนพี่เม่นโพสภาพไปรอต่อภาษีรถยนต์ช่อง Drive True แถวรอยาวเป็นชั่วโมงกันเลย อาจเป็นเพราะยังมีคนไม่ทราบว่าทุกวันนี้ สำหรับรถจดทะเบียนใช้ส่วนบุคคล ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ และรถจักรยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่า ก็สามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์กันได้ทั้งหมด ถ้าเป็นรถยนต์ คือเก๋ง กระบะ ตู้ ที่อายุไม่เกิน 7 ปี และ จักรยานยนต์ ที่อายุไม่เกิน 5 ปี สามารถซื้อ พ.ร.บ. ออนไลน์ และนำเลขกรมธรรม์ไปต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้เลย แต่ถ้าเป็นรถที่เก่ากว่านั้น ต้องเพิ่มกระบวนการนำรถไปตรวจสภาพที่ ตรอ ตามปกติ จากนั้นก็ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้เหมือนกันครับ เจ้าหน้าที่แนะนำเพิ่มเติมว่าให้ทำล่วงหน้าสัก 10 วัน เพราะป้ายภาษีต้องส่งมาจากกรุงเทพจะได้มาถึงที่บ้านเราก่อนป้ายเดิมจะหมดอายุ ทราบแล้วอย่าเก็บไว้คนเดียว แชร์ให้เพื่อน ๆ รู้ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ลดความเสี่ยงติดโควิดกันครับ
รถเก่า! ก็ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
27 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ถ้ารู้สึกว่าความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ที่คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ชีวิตและสุขภาพของคนขับและผู้โดยสารในรถเรา แต่ไม่คุ้มครองรถเราเลยมันน้อยไป ส่วนเบี้ยประกันภัยของประเภท 3+ ก็ยังสูงไปนิดนึง พี่เม่นมีประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 แบบพิเศษที่มีความคุ้มครองความเสียหายรถของเรามาแนะนำด้วย โดยประกันประเภทนี้จะมีเบี้ยประกันภัยสูงกว่าประเภท 3 ธรรมดาอยู่ประมาณ 500 บาท สิ่งที่จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นมา คือ คุ้มครองความเสียหายรถของเราไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไข 3 ข้อคือ ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก เราต้องเป็นฝ่ายถูก และคู่กรณีไม่มีประกันภัย หากเข้าเงื่อนไขทั้งหมดนี้ เราก็จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยของเราครับ ส่วนใหญ่ถ้าลูกค้าต้องการซื้อประกันภัยประเภท 3 พี่เม่นจะแนะนำให้เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ซื้อประกันภัยประเภท 3 แบบพิเศษเพื่อเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้นครับ
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พิเศษ! เพิ่มความคุ้มครองรถของเรา content media
0
0
1
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
26 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สวัสดีครับ พี่เม่นจาก srikrung168.com นะครับ คลิปนี้พี่เม่นจะพูดถึงต้นทุนในการประกอบอาชีพนายหน้าประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต ที่บางคนบอกว่าไม่ต้องลงทุนอะไรเลยเป็นความจริงรึเปล่า พี่เม่นจะมาอธิบายให้ฟังในคลิปนี้ครับ จริงหรือครับที่เราจะทำงานอะไรได้รายได้มาโดยที่ไม่ต้องลงทุนเลย ในความคิดเห็นของพี่เม่นนะครับ ต้นทุนของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากันเพราะบริบทของแต่ละคนมีความแตกต่าง แต่ทุกอาชีพมีต้นทุนหมดครับ แม้แต่พนักงานบริษัท อย่างน้อยคุณก็มีต้นทุนค่าเดินทาง ค่าเสื้อผ้า ค่าอาหาร ระหว่างที่เราไปปฎิบัติหน้าที่ของเราใช่มั้ยครับ พวกนั้นก็คือต้นทุนทั้งหมด คราวนี้มาพูดถึงในส่วนต้นทุนของอาชีพนายหน้าประกันวินาศภัย และนายหน้าประกันชีวิต ที่ส่งงานกับศรีกรุงโบรคเกอร์มีต้นทุนอะไรบ้าง พี่เม่นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้ครับ ส่วนที่ 1 ต้นทุนในส่วนใบอนุญาต ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้นได้แก่ ค่าสอบใบอนุญาต ถ้าสอบกับ คปภ มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 200 บาท แต่ศรีกรุงโบรคเกอร์ก็มีบริการสอบใบอนุญาตให้กับสมาชิกด้วยครับ ถ้าหากสอบกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์ มีค่าใช้จ่ายครั้งละ 700 บาท สาเหตุที่สอบกับศรีกรุงโบรคเกอร์แพงว่า เพราะว่า ศรีกรุงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการสอบให้กับ คปภ และมีค่าเช่าสถานที่ในการจัดสอบให้กับเจ้าของสถานที่ด้วยครับ แต่คนที่สอบกับศรีกรุงโบรคเกอร์ก็สะดวกขึ้นไม่ต้องแย่งลงทะเบียนสอบ ซึ่งในความคิดของพี่เม่นคือ การจองที่นั่งสอบยากกว่าการสอบเสียอีก ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของเราครับ ถ้าเราเตรียมตัวไม่ดีอาจจะต้องสอบหลายครั้งหน่อย แต่ถ้าเตรียมตัวดีและถูกวิธี มีคนจำนวนมากเลยที่สอบครั้งเดียวผ่าน รวมถึงลูกทีมของพี่เม่นหลาย ๆ คนด้วย ก็จ่ายเท่านั้นครับไม่เกิน 700 บาท ค่าอบรมขอรับใบอนุญาต เงื่อนไขของการมีใบอนุญาต จะต้องครบทั้ง 2 อย่างก็คือ สอบผ่าน และผ่านการอบรมขอรับใบอนุญาต โดยจะทำอย่างใดก่อนหลังก็ได้ ไม่มีผลอะไร ปกติแล้วศรีกรุงโบรคเกอร์ก็มี จัดอบรมขอรับใบอนุญาตนายหน้าประกันชีวิต และอบรมขอรับใบอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัยแบบ Classroom ที่โรงแรมใกล้สาขาของศรีกรุงโบรคเกอร์ทั่วประเทศ สมาชิกสะดวกที่ไหนสามารถอบรมได้ที่นั่น ราคา 1605 บาท รวม VAT อันนี้คือราคาในปี 2564 แต่ถ้าไม่สะดวกอบรมกับศรีกรุงโบรคเกอร์ ก็ยังสามารถลงอบรมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เปิดบริการได้ด้วย ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ราคาก็ประมาณ 1605 บาท ถึง 2000 กว่าบาท แต่ปัจจุบันมีการระบาดของโควิด ก็จะปรับเป็นการอบรมออนไลน์แทนครับ ค่าอบรมต่ออายุใบอนุญาต หลังจากที่เราได้รับใบอนุญาต หรือเรียกว่าออกบัตรที่ คปภ แล้วใบอนุญาตของเราจะไม่ได้ใช้ได้ตลอดชีพนะครับ แต่จะมีอายุ 1 ปี ซึ่งเราก็จะมีหน้าที่ไปอบรมต่ออายุใบอนุญาตภายในระยะเวลา 1 ปีนี้ให้เรียบร้อย เราจะต้องอบรมและต่ออายุแบบนี้ปีละครั้งจำนวน 3 ปี เรียกว่าอบรมต่อ 1 อบรมต่อ 2 และอบรมต่อ 3 จากนั้นเราจึงจะได้ใบอนุญาตที่มีอายุ 5 ปี และภายใน 5 ปีนี้เราจะต้องอบรมต่อ 4 ให้ครบจำนวน 50 ชั่วโมงตามที่ คปภ เค้ากำหนด คราวนี้ค่าใช้จ่ายในการอบรมที่ว่านี่คือเท่าไหร่ สำหรับศรีกรุงโบรคเกอร์ก็มีการจัดอบรมให้กับสมาชิกของศรีกรุงโบรคเกอร์ในจังหวัดที่มีสาขาของศรีกรุงโบรคเกอร์ทั่วประเทศ ปี 64 มี 44 จังหวัดแล้วและจะขยายทุกปีจนครบทุกจังหวัดครับ ค่าอบรมกับศรีกรุงโบรคเกอร์ในปี 64 สำหรับ ต่อ 1 ต่อ 2 ต่อ 3 อยู่ที่ 1200 บาท ส่วนต่อ 4 มีค่าอบรมอยู่ที่ 1500 บาท แต่ถ้าหากไม่สะดวกจะอบรมกับศรีกรุงโบรคเกอร์ ก็ยังมีการอบรมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เค้าจัดทั้งแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1500-2500 บาท ครับ ค่าออกใบอนุญาติ ที่ คปภ ถ้าเป็นบัตรที่อายุ 1 ปี มีค่าธรรมเนียม 200 บาท ถ้าเป็นบัตรที่มีอายุ 5 ปี มีค่าธรรมเนียม 800 บาท ทั้งค่าสอบและค่าอบรมขอรับใบอนุญาต เราจ่ายเพียงครั้งเดียว ตราบใดที่เรายังรักษาใบอนุญาตไว้ได้อยู่ แต่ถ้าหากเราปล่อยให้ใบอนุญาตเราขาดอายุ ก็จะต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่จุดแรกอีกครั้ง ก็คือการสอบใหม่ครับ ค่าใช้จ่ายของใบอนุญาตที่ว่านี้ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใบอนุญาตใบเดียวเท่านั้น ถ้าหากเรามี 2 ใบก็คูนสองไปครับ สรุปว่าใน 1 ปีเราจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับใบอนุญาตประมาณ 1,400 - 2,700 บาท อันนี้ยังไม่รวมกับค่าเดินทางและค่าที่พัก กรณีที่เราไม่ได้อบรมในพื้นที่อาศัยของเรานะครับ ซึ่งข่าวสารการเปิดคอร์สและการจองอบรมต่าง ๆ ทุกคนสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของ ศรีกรุงโบรคเกอร์ https://www.srikrungbroker.co.th/ สกิลเลนซีพีดี https://www.skilllanecpd.com/ สมาคมประกันชีวิตไทย https://www.tlaa.org/ สถาบันประกันภัยไทย https://www.tiins.com/ ส่วนที่ 2 เรามาพูดถึงต้นทุนในการบริหารจัดการธุรกิจของเรา พี่เม่นแบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อยได้แก่ / Fixed Cost ที่ยังไงก็ต้องจ่ายแน่ ๆ / ค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่ทำงาน Offline / และค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่ทำงาน Online หรือบางคนอาจจะมีวิธีการทำงานผสมผสานกันทั้ง 2 อย่างก็ได้ 2.1 Fixed Cost ที่ยังไงก็ต้องจ่ายแน่ ๆ ไม่ว่าเราจะทำงานแบบ Offline หรือแบบ Online อาจจะเป็นต้นทุนที่ทุกคนต้องจ่ายอยู่แล้วในกิจกรรมอื่น ๆ หรือ บางคนอาจจะไม่มีต้นทุนในส่วนนี้มาก่อน ค่าโทรศัพท์ (โทร / อินเตอร์เน็ต) ถึงแม้ว่าในวันนี้เราจะใช้การโทรผ่านอินเตอร์เน็ตกันเยอะ แต่พี่เม่นก็เผื่อต้นทุนค่าโทรศัพท์เอาไว้ด้วยครับ เพราะว่าในกรณีที่เราต้องติดต่อประสานงานกับคนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน การใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นช่องทางพื้นฐานที่เราจำเป็นต้องใช้ครับ ซึ่งในส่วนนี้พี่เม่นใช้ระบบเติมเงินและมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเดือนละ 100 บาทเท่านั้นเอง แต่พี่เม่นจะใช้แพคเกจอินเตอร์เน็ตในมือถือแบบ Unlimit ค่าใช้จ่ายตกประมาณเดือนละ 200 บาท ไม่ได้ใช้สปีดที่เร็วมากนักเพราะว่าเอาไว้แค่การโทรผ่านอินเตอร์เน็ตและการแชทข้อความในเวลาที่พี่เม่นออกไปนอกบ้านเท่านั้นเอง ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ (อินเตอร์เน็ต / ค่าน้ำ / ค่าไฟ) อันนี้พี่เม่นก็ติด WiFi ที่บ้านนะครับ เราทำงานที่บ้านและใช้อินเตอร์เน็ตจาก WiFi เป็นหลัก แพคเกจก็ใช้แบบธรรมดาที่สุด ดูหนังฟังเพลงและทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเอง ค่าใช้จ่ายก็ตามแต่ละบ้านนะครับ นอกจากนั้นก็คือค่าน้ำค่าไฟที่เราใช้ตามปกติ ค่าอุปกรณ์ในการทำงาน เราใช้อะไรบ้าง หลัก ๆ ที่พี่เม่นใช้ / มือถือรุ่นธรรมดาค่อนข้างดีก็ได้ ไม่ต้องถึงกับใช้รุ่นเรือธง / คอมพิวเตอร์ ถ้าใช้ก็ใช้รุ่นที่ทำงานสำนักงานธรรมดาได้ก็พอครับ / แทปเล็ต อันนี้พี่เม่นไม่ได้ใช้ แต่ถ้าใครจะใช้ก็รวมเป็นต้นทุนไปด้วย / ปริ้นเตอร์ จำเป็นมากหรือไม่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานของแต่ละคนครับ แต่พี่เม่นนาน ๆ จะใช้สักครั้ง แนะนำว่าซื้อเครื่องแบบเลเซอร์ขาวดำ ราคาไม่กี่พันบาทก็พอ หรือถ้ายังไม่มีก็ไม่ต้องซื้อเพราะเราไม่ได้ปริ้นกันบ่อยขนาดนั้น 2.2 ค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่ทำงานแบบ Offline ค่าเดินทาง อันนี้เลี่ยงไม่ได้เลยเพระว่าเราจะต้องพบปะลูกค้านะครับ ค่าเช่าสำนักงาน ขึ้นอยู่กับว่าเราเปิดร้านหรือไม่ หรือพื้นที่นั้นเป็นของเราเองหรือไม่ ค่ามัดจำกระดาษ พรบ และประเภท ในกรณีที่เราออกเอกสารเองที่ร้าน ค่าวัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่าง ๆ ในสำนักงาน แต่โดยส่วนตัวพี่เม่นทำงานออนไลน์อย่างเดียว 100% ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ครับ 2.3 ค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่ทำงานแบบ Online แบบที่พี่เม่นทำอยู่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเว็บไซต์ อันนี้ไม่ได้เป็นข้อบังคับว่าทุกคนที่ทำงานออนไลน์จะต้องมี บางคนอาจจะไม่มีเลย บางคนอาจจะใช้เว็บไซต์ขยายงานที่ทางสายงานมีให้ใช้ฟรีอยู่แล้วก็ได้ครับ แต่ถ้าใครไม่อยากใช้ของที่มีอยู่แล้วอยากสร้างเว็บเป็นของตันเอง ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายใน 2 ส่วนนี้ครับ / Domain หรือเทียบง่าย ๆ คือ บ้านเลขที่ เพื่อจะบอกว่าเว็บไซต์เราอยู่ตรงไหน อันนี้มีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 300-600 บาท / Web Hosting หรือเทียบง่าย ๆ คือ พื้นที่ตั้งของบ้านเราครับ มีทั้งแบบฟรีให้ใช้ ไปจนถึงมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 2,000 - 6,000 บาท ซึ่งมีฟังค์ชั่นที่แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของแต่ละคนครับ / แต่แนะนำว่า สำหรับมือใหม่เลยใช้ของเว็บไซต์ขยายงานฟรีของสายงานไปก่อนก็ได้ครับ ค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาผ่าน Social Media พี่เม่นจะบอกว่า Social Media ทุกตัวที่ใช้ในงาน เราใช้ได้ฟรี ๆ ทั้งในส่วนของ Facebook, Line, YouTube หรืออื่น ๆ ก็ตาม พี่เม่นแนะนำว่าอย่าเพิ่งใจร้อนรีบไปทำโฆษณา ให้เราใช้ของฟรีเหล่านี้ให้เราเข้าใจในธุรกิจอย่างถ่องแท้ก่อน จากนั้นถ้าอยากทำโฆษณา ก็แล้วแต่ต้นทุนที่แต่ละคนมีครับ มีคนที่ลงทุนทั้งหลัก 10 ถึงหลัก 1,000 ต่อวัน สาเหตุที่บอกว่าอย่าเพิ่งไปลงทุนทำโฆษณาก่อน เพราะถ้าเรายังไม่เข้าใจธุรกิจอย่างถ่องแท้แล้วไปทำโฆษณา คนสนใจเข้ามาหาเราก็จริงแต่เราจะปิดการขายได้ยากครับ และจะสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ สู้ให้เราทำความเข้าใจธุรกิจของเราให้ดีก่อนที่จะใช้เม็ดเงินในการโฆษณาทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุดครับ ค่าใช้จ่ายในการอบรมหรือสอนทีมงาน สำหรับคนที่เข้ามาใหม่ ๆ จะยังไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ แต่คนที่ต้องการก้าวหน้าในสายอาชีพจะต้องสร้างและสอนทีมงานให้ทำงานเป็นเหมือนเรา ก็จะต้องใช้เครื่องมือในการสอนทีมงาน เช่นซอฟต์แวร์หรือแอพพิลเคชั่นในการประชุม ไลฟ์ หรือผลิตคอนเทนต์ครับ มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงินให้เลือกใช้เยอะแยะเลย เหมือนเดิมผู้เริ่มต้นแนะนำให้ใช้ของฟรีก่อน แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดที่เราไม่สะดวกบ้าง เช่น ระยะเวลาในการใช้จำกัด หรือเครื่องมือที่ใช้ได้จำกัด แต่ถ้าเราทำบ่อยและชำนาญจนคุ้มค่าที่จะเสียเงินแล้ว ค่อยจ่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานครับ ส่วนตัวพี่เม่นเองที่ทำงานออนไลน์ 100% พี่เม่นเน้นการทำ Content ครับก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของเว็บไซต์ ส่วน Social Media ต่าง ๆ พี่เม่นใช้ของฟรีหมดเลย ส่วนที่ 3 ต้นทุนในส่วนเสริมทักษะ ความรู้ความสามารถของเราเอง ในจรรยาบรรณนายหน้าประกันชีวิตข้อ 9 และจรรยาบรรณนายหน้าประกันวินาศภัยข้อ 3 พูดถึงวิชาชีพนี้ว่าเราควรจะเสริมทักษะความรู้ความสามารถให้ทันกับยุคสมัยอยู่เสมอ ซึ่งการเสริมทักษะความรู้นี้พูดรวมถึงทั้งทักษะที่เกี่ยวของโดยตรงกับอาชีพ และที่นอกเหนือจากอาชีพของเราครับ ในส่วนของทักษะอาชีพ ทางศรีกรุงและสายงานมีการอบรมให้เราแบบฟรี ๆ อยู่แล้วครับ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่ลงแรงและสละเวลาเข้าไปเรียนรู้เท่านั้นเอง แต่อาจจะมีทักษะในด้านอื่น ๆ ที่เราจะเอามาเสริมในอาชีพของเราได้ ซึ่งความรู้พื้นฐานเกือบทุกอย่างสามารถหาได้ฟรีใน Google และ YouTube แต่สำหรับคนที่ต้องการศึกษาสิ่งที่แอดวานซ์ไปกว่านั้น สามารถเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นโดยตรง ซึ่งก็ถือเป็นต้นทุนในอีกรูปแบบครับ เช่น เทคนิคการเขียน Content ใน Social Media / เทคนิคการสร้างภาพโฆษณา / เทคนิคการตัดต่อวีดีโอ สรุปต้นทุนในการประกอบอาชีพของพี่เม่น ที่ส่งงานกับศรีกรุงโบรคเกอร์ และทำงานออนไลน์อยู่ที่บ้าน 100% นะครับ ซึ่งอาจจะไม่เท่ากับการทำงานของคนอื่นที่มีวิธีการทำงานแตกต่างไปพี่เม่นคิดให้ดู 2 แบบครับ คือ แบบเฉพาะต้นทุนที่จับต้องได้และใช้กับการทำงานนี้จริง ๆ กับแบบที่คิดต้นทุนแฝงอื่น ๆ รวมมาทั้งหมด แบบแรกเลย พี่เม่นคิดแบบทำเป็นอาชีพเสริม คิดเฉพาะต้นทุนที่จับต้องได้และใช้กับเฉพาะอาชีพนี้เท่านั้น ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเสื่อมอุปกรณ์ และอื่น ๆ ที่ยังไงก็ต้องใช้แม้จะไม่ได้ทำงานนี้ยกออกไปหมดเลย ต้นทุนค่าใบอนุญาตนายหน้า 2 ใบ ปีละประมาณ 2,800 บาท อบรมในจังหวัด ต้นทุนค่าบริหารจัดการธุรกิจส่วนตัว ค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์ ปีละ 6,000 บาท ต้นทุนในส่วนเสริมทักษะความรู้ ฟรี เพราะหาใน Google ทั้งหมด สรุปค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทั้งหมดปีละ 8,800 หรือเดือนละ 733 บาท แต่ถ้าใครใช้ของฟรีทั้งหมดและอบรมในจังหวัดของตัวเอง ก็มีแค่ต้นทุนค่าใบอนุญาต 2 ใบไม่เกินปีละ 3,000 บาทครับ แบบที่ 2 อันนี้พี่เม่นคิดต้นทุนแบบการทำธุรกิจจริงจังเป็นอาชีพหลักเลย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต คิดแบบเฉลี่ยออกมา เพราะบางส่วนก็ใช้กับเรื่องส่วนตัว ต้นทุนค่าใบอนุญาตนายหน้า 2 ใบ ปีละประมาณ 2,800 บาท ต้นทุนค่าบริหารจัดการธุรกิจส่วนตัว ค่าโทรศัพท์ + อินเตอร์เน็ตมือถือ เดือนละ 150 บาท ปีละ 1,800 บาท ค่าอินเตอร์เน็ตบ้าน เดือนละ 300 บาท ปีละ 3,600 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนละ 1000 บาท ปีละ 12,000 บาท ค่าใช้จ่ายของเว็บไซต์ ปีละ 6,000 บาท ค่าเสื่อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ปีละ 10,000 บาท ค่าเดินทางในการอบรม เพราะไม่ชอบอบรมแถวบ้าน ถือว่าได้ไปเที่ยวด้วย ปีละ 5,000 บาท ต้นทุนในส่วนเสริมทักษะความรู้ ฟรี เพราะหาใน Google ทั้งหมด สรุปค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทั้งหมดปีละ 35,200 หรือเดือนละ 2,933 บาท อันนี้พี่เม่นทำงานออนไลน์ที่บ้านก็เลยมีค่าใช้จ่ายเท่านี้ แต่ถ้าใครเช่าหน้าร้านหรืออื่น ๆ ก็บวกเพิ่มเอานะครับ ถ้าเราไม่ได้เป็นสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์และส่งงานกับโบรคเกอร์อื่น ๆ ต้นทุนในการทำงานก็ใกล้เคียงกันครับ แต่อาจจะมีต้นทุนค่าอบรมที่สูงขึ้นนิดหน่อย เพราะสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์จะได้สิทธิ์อบรมในราคาที่ต่ำกว่า แต่อีกรูปแบบนึงถ้าหากเราเลือกเป็นนายหน้าบุคคลธรรมดาส่งงานตรงกับบริษัทประกันภัย ก็จะมีต้นทุนอีกชนิดเพิ่มเข้ามานั่นก็คือ เงินค้ำประกัน ซึ่งแต่ละบริษัทจะใช้หลักทรัพย์ในการค้ำประกันไม่เหมือนกัน เช่น ค้ำประกันเป็นเงินสด เป็นบัญชีเงินฝาก เป็นทรัพย์สิน เป็นบุคคล อันนี้ก็ต้องศึกษารายละเอียดของแต่ละบริษัทอีกทีครับ อ๊ะ เรารู้ต้นทุนที่เราต้องใช้กันคร่าว ๆ แล้วนะครับ เดี๋ยวคลิปต่อไปพี่เม่นจะมาบอกว่ารูปแบบธุรกิจของนายหน้าประกันเป็นแบบไหนบ้าง เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ
เป็นนายหน้าประกัน กับศรีกรุงโบรคเกอร์ต้องลงทุนเท่าไหร่ content media
0
0
8
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
26 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สำหรับใครที่มองว่ารถของเราเก่าแล้ว ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ และคงไม่จำเป็นต้องทำประกันภัยรถยนต์แล้ว พี่เม่นแนะนำให้ลองมองในอีกมุมนึง ถ้าสังเกตุความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์จะเห็นว่า ประกันภัยรถยนต์มีวัตถุประสงค์หลัก ๆ ทำไว้เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก คนขับและผู้โดยสารในรถของเรา มูลค่าความคุ้มครองทั้งหมดรวมกันนับ 10 ล้านบาท ซึ่งความคุ้มครองเหล่านี้มีครบหมดในประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท เริ่มต้นตั้งแต่ประเภท 3 ซึ่งเบี้ยประกันภัยประมาณ 2 พันบาท แถมเป็นสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ยังไม่ต้องจ่ายเต็มราคาอีก แม้ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 จะไม่มีความคุ้มครองตัวรถเราเลย แต่มูลค่าความคุ้มครองขนาดนี้ แลกกับค่าเบี้ยประกันภัยไม่ถึง 2 พันบาท คุ้มค่าแค่ไหน แม้เราจะขับรถด้วยความระมัดระวัง แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุ อย่างน้อยมีประกันภัยชั้น 3 ไว้สักนิดก็จะอุ่นใจมากขึ้นครับ
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 จ่ายน้อยแต่คุ้มครองเยอะ content media
0
0
1
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
26 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สรุปความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภทสำหรับนายประกันวินาศภัยหน้ามือใหม่ อันดับแรกให้จำไว้ก่อนว่า ประกันภัยรถยนต์ที่ขายกันอยู่ทั่วไปทุกประเภท ให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินบุคคลภายนอก คนขับและผู้โดยสารในรถเราเหมือนกัน อาจจะแตกต่างกันที่มูลค่าความคุ้มครองมากน้อยเท่านั้นเอง ยกเว้นประเภท 4 ที่คุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 100,000 บาทเท่านั้น แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ความคุ้มครองตัวรถของเรา สำหรับประเภท 3 ไม่มีความคุ้มครองรถของเราเลย ประเภท 2 ก็เพิ่มความคุ้มครองรถของเราเฉพาะการสูญหายหรือไฟไหม้ ส่วนประเภท 1 เพิ่มความคุ้มครงความเสียหายจากการชนหรือพลิกคว่ำเข้ามา แต่ความคุ้มครองทั้ง 3 ประเภทนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน จึงเกิดประเภท 5 ขึ้นมา เพิ่มความคุ้มครองของประเภท 3 และประเภท 2 ในความเสียหายจากการชนกับยานพาหนะทางบกด้วยกัน เรียกว่า ประเภท 3+ และ 2+
สรุปความแตกต่างของประกันรถยนต์แต่ละประเภท content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
21 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
การต่ออายุสมาชิกที่ไม่มีบัตรนายหน้า (ระดับ 6) สำหรับคนที่ไม่ต้องการใช้ PA สมาชิก - ให้ซื้อประกันวินาศภัยอะไรก็ได้ 1 กรมธรรม์ จะเป็นการต่ออายุสมาชิกออกไปอีก 365 วันนับจากวันที่ซื้อประกันภัยกรมธรรม์ล่าสุด เช่น พ.ร.บ. รถยนต์, พ.ร.บ. มอเตอร์ไซต์, ประกันยุง - สำหรับคนที่มีรถยนต์ 2 คันขึ้นไป เพียงซื้อประกันภัยรถยนต์พร้อมกับ พ.ร.บ. ตามปกติทุกปี ทุกครั้งที่ซื้อประกันภัยจะเป็นการต่ออายุสมาชิกไปอีก 365 วัน วิธีนี้อายุสมาชิกจะไม่มีวันหมด - สำหรับคนที่มีรถยนต์เพียง 1 คัน ให้แยกการซื้อ พ.ร.บ. และประกันภัยออกจากกัน โดยซื้อ พ.ร.บ. ก่อนสัก 15-30 วัน แล้วค่อยซื้อประกันภัยรถยนต์ตามดิวปกติ เท่านี้ก็เป็นการขยายวันหมดอายุ เรื่อย ๆ ไม่มีวันหมดอายุเช่นเดียวกัน สำหรับคนที่ต้องการใช้ประกันภัย 200 และต้องการรักษาผลประโยชน์ค่าจัดงานศพ 10,000 บาท กรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย - เงื่อนไข ผลประโยชน์ค่าจัดงานศพ 10,000 บาท กรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ต้องมีระยะเวลารอคอย 120 วันทุกครั้งที่เริ่มทำประกันภัยใหม่ - ถ้าซื้อประกันภัย 200 ผ่าน PA สมาชิก บางครั้งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทประกันภัย ที่มาดูแลสมาชิกในปีนั้น ก็จะต้องนับระยะเวลารอคอยใหม่เช่นเดียวกัน - เพื่อป้องกันการเข้าเงือนไขนี้ จึงควรซื้อ ประกันภัย 200 กับบริษัทอื่น ๆ ที่ขายต่างจากจาก PA สมาชิก ซึ่งมีให้เลือกซื้ออีกหลายบริษัท สอบถามติดต่อขอซื้อได้กับเจ้าหน้าที่ Non Motor ได้ครับ - ในการซื้อปีแรก จะต้องเขียนใบคำขอตามปกติ - ในการซื้อปีต่ออายุ ไม่ต้องเขียนใบคำขอ เพียงชำระเงินต่ออายุให้เสร็จภายในเกณฑ์ที่ประกันภัย 200 กำหนด สำหรับคนที่ต้องการใช้ประกันภัย 200 มากกว่า 1 กรมธรรม์ - ประกันภัย 200 ซื้อได้สูงสุด 2 กรมธรรม์ (นับทุกบริษัทรวมกัน) - ถ้าต้องการความคุ้มครองมากกว่า 2 กรมธรรม์ มี PA สมาชิกในแผน 10-11-12 ที่ให้ความคุ้มครองเหมือนประกันภัย 200 รวมกันหลายกรมธรรม์ สามารถเลือกใช้แผนนี้แทนได้ การต่ออายุสมาชิกที่มีบัตรนายหน้า (ระดับ 5 ขึ้นไป) - เราสามารถเลือกต่ออายุสมาชิกด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ในระบบสมาชิกก็ได้ - หรือจะต่ออายุสมาชิกกับน้อง ๆ เจ้าหน้าที่ก็ได้ - ต่ออายุล่วงหน้าได้ไม่เกิน 1 เดือน
การต่ออายุสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ content media
0
0
45
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
16 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.1 เงื่อนไขที่ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ศึกษาได้จากที่ไหน ใครยังเชื่อว่า ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองทุกอย่างเป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อนนะครับ เพราะถึงแม้เราจะซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่มีความคุ้มครองมากที่สุดก็ใช่ว่าเราจะสามารถเครมได้ทุกกรณี เหตุที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่ว่าบริษัทประกันภัยต้องการเอาเปรียบเรา แต่การทำประกันภัยเป็นการโอนความเสี่ยงเพียงบางส่วนไปให้บริษัทประกันภัยดูแล ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด แปลว่าก็จะมีบางส่วนที่เราจะต้องดูแลตนเองเช่นเดียวกัน และเงื่อนไขในส่วนที่บริษัทประกันภัยไม่คุ้มครอง เป็นระเบียบสากลที่ทุกบริษัทประกันภัยต้องทำตามเหมือนกันหมด เราทุกคนสามารถศึกษาได้จากคู่มือ “เงื่อนไขและความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์” เล่มเล็ก ๆ ที่ให้ไปพร้อมกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ แต่ถ้าเราทำหายไปแล้วในอินเตอร์เน็ตมีให้ดาวน์โหลดไปศึกษาครับ ส่วนเงื่อนไขมีอะไรบ้าง ติดตามได้ใน EP ถัดไปครับ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.2 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ความเสียหายจากสงครามและการต่อต้านรัฐบาล สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อแรก คือ ความเสียหายที่เกิดจาก สงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบ หรือการปฏิบัติการที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม ไม่ว่าจะได้ประกาศเป็นสงครามหรือไม่ก็ตาม อันนี้พูดถึงสงครามระหว่างประเทศ หรือตามแนวชายแดนบ้านเราไม่ได้มีสงครามก็ผ่านข้อนี้ไปได้ครับ แต่มีเงื่อนไขข้อที่ 2 ที่จะต้องระวังคือ สงครามกลางเมือง การแข็งข้อทางทหาร การกบฎ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจการปกครองโดยทหาร หรือโดยประการอื่น ๆ เช่น ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดหรือเท่ากับการต่อต้านรัฐบาล ส่วนนี้ประกันภัยรถยนต์ก็ไม่ได้ให้ความคุ้มครองรถของเรานะครับ เพราะเราเองก็มีหน้าที่ต้องดูแลทรัพย์สินของเราให้พ้นจากความเสี่ยง ให้ดีก็อย่าขับรถไปแถวนั้น หรือใครบ้านอยู่แถวนั้นก็เก็บรถให้ดี เอาไปไว้ในที่ปลอดภัย เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.3 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ความคุ้มครองจากวัตถุอาวุธปรมาณูและการแผ่รังสี สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 3 คือ วัตถุอาวุธปรมาณู ถ้าใครมายิงระเบิดใส่เราอันนี้ประกันก็ไม่ได้คุ้มครองรถยนต์ของเรา หรือข้อที่ 4 การแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีจากเชื่อเพลิงปรมาณู หรือกากปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู รวมถึงวิธีใด ๆ แห่งการแตกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปได้ด้วยตัวของมันเอง ถ้าหากเราไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ก็วางใจได้ครับ ข้อนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวของเรา แต่ก็รับทราบไว้เผื่อวันนึงที่บ้านเราเป็นพื้นที่เสี่ยงจะได้ระมัดระวังตัวเองครับ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.4 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง การใช้รถยนต์นอกอานาเขตคุ้มครอง สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 5 คือไม่คุ้มครองการใช้รถยนต์นอกอาณาเขตคุ้มครอง ซึ่งประกันภัยรถยนต์จะให้ความคุ้มครองแค่ภายใจเขตราชอาณาจักรไทยเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าเราขับรถยนต์ของเราข้ามฝั่งไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ชายแดนพม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ตรงนั้นจะนอกเหนืออาณาเขตความคุ้มครองของประกันภัย หากเกิดอุบัติเหตุความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเราจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากเราจะขับรถข้ามแดน สิ่งที่เราควรจะทำคือ ก่อนข้ามแดนให้ซื้อประกันภัยรถยนต์ข้ามแดน ซึ่งจะมีจุดให้บริการอยู่ใกล้ ๆ กับด่านข้ามแดน หากเกิดอุบัติเหตุจะได้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในต่างแดน ไม่ใช่บ้านเรา ไม่ใช่ภาษาเรา การมีประกันภัยไว้จะอุ่นใจกว่าครับ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.5 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมายและสายซิ่ง สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 6 คือ ไม่คุ้มครองการใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ในการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ขนอาวุธเถื่อน หรือขนยาเสพติด และข้อที่ 7 คือ ไม่คุ้มครองการใช้ในการแข่งขันความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถยนต์แข่งความเร็วตามสนามแข่งที่ถูกกฎหมาย หรือแข่งความเร็วกันตามถนนแบบผิดกฎหมาย ล้วนไม่รับเคลมความเสียหายทั้งสิ้น การกระทำทั้ง 2 อย่างนี้ทั้งผิดกฏหมาย ความเสี่ยงภัยของตนเองก็เพิ่มขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงภัยให้กับผู้ใช้รถยนต์คันอื่น ๆ บนถนนมากขึ้นด้วย เกิดอะไรขึ้นมาอยู่ในข้อยกเว้นที่ประกันไม่คุ้มครอง เพราะฉะนั้นหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเราต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดเองครับ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.6 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง การลากจูงหรือผลักดัน สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 8 คือ การใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือผลักดันได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยเดียวกัน หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน ถ้าหากเราไปเจอรถเสียแล้วใจดีเกินขอบเขตไปช่วยเค้าลากรถเพื่อไปซ่อม ขณะลากจูง หากเกิดอุบัติเหตุ ไปสร้างความเสียหายให้กับใครก็ตาม บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองความเสียหายเหล่านั้นทั้งหมดเลย เพราะอยู่ในข้อยกเว้นเงื่อนไขที่บริษัทประกันไม่ให้ความคุ้มครองทุกบริษัท คนที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดคือคนที่เป็นผู้ลากเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ โทรแจ้งอู่ ให้นำรถลากมาลากจูงรถคันที่เกิดอุบัติเหตุ เพราะค่าใช้จ่ายในการลากจูงของอู่ซ่อมนั้นก็อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันภัยอยู่แล้ว เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.7 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง เมาแล้วขับและไม่มีใบขับขี่ สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 9 คือ เมาแล้วขับโดยวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ไม่น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ เงื่อนไขนี้ยึดตามปริมาณแอลกอฮอล์ที่วัดได้เป็นหลัก ไม่ว่าตัวคนขับจะรู้สึกเมาหรือไม่เมาเลยก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ก่อนดื่มควรวางแผนการเดินทางกลับด้วยครับ และข้อที่ 10 คือ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ความหมายของข้อนี้คือ ไม่เคยมีใบอนุญาตใบขับขี่กับกรมการขนส่งทางบกมาก่อน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ไปแล้ว แต่ถ้าหากเรามีใบขับขี่และ ลืมพกใบขับขี่ หรือใบขับขี่หาย ถูกยึด หรือใบขับขี่หมดอายุ ถ้าหากเราหาหลักฐาน หรือสำเนา หรือภาพถ่ายมายืนยันได้ว่าเราเคยมีใบขับขี่ ประกันก็ยังคงให้ความคุ้มครองเราครับ เพราะถือว่าเรามีความสามารถในการขับรถ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.8 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ทรัพย์สินของบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลภายนอก สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 11 คือ ทรัพย์สินของบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลภายนอก อันนี้พูดถึงหมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แล้วใครบ้างที่ไม่ใช่บุคคลภายนอก ตามเอกสารก็คือ ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย คู่สมรส บิดา มารดา และบุตรของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่นั้น ซึ่งหมายรวมถึง การเป็นเจ้าของ เป็นผู้เก็บรักษา เป็นผู้ควบคุม หรือครอบครอง ให้เข้าใจเพียงคร่าว ๆ ก่อนว่าหากเกิดอุบัติเหตุรถชนกันเองในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย หรือครอบครัวของผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด มีโอกาสที่จะเข้าเงื่อนไขนี้ ซึ่งประกันจะให้ความคุ้มครองรถคันเอาประกันภัย แต่ไม่คุ้มครองทรัพย์สินของผู้ที่เข้าข่ายไม่ใช่บุคคลภายนอก อาจจะเป็นรถ รั้วบ้าน กำแพงหรืออะไรก็ตาม แต่จะตอบว่าได้รับความคุ้มครองหรือไม่ ต้องตีความตามตัวแปรที่แตกต่างในแต่ละเคสไปครับ เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.9 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ทรัพย์สินของบุคคลบุคคลภายนอกบางประเภท สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 12 ยังอยู่ในหมวดความคุ้มครองความรับผิดทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ได้แก่ เครื่องชั่ง สะพานรถ สะพานไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนาม หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือนหรือเกิดจากน้ำหนักรถยนต์ หรือน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์ สัมภาระหรือทรัพย์สินอื่นใดที่นำติดตัวขึ้นบนรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์ หรือกำลังยกขึ้น หรือกำลังยกลงจากรถยนต์ หรือทรัพย์สินที่รถยนต์กำลังยกจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากการรั่วไหลของสารเคมีหรือวัตถุอันตรายที่บรรทุกอยู่ในรถยนต์ เว้นแต่การรั่วไหลนั้นเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์ หรือการรั่วไหลของแก๊สหรือเชื้อเพลิง เพื่อการเดินเครื่องของรถยนต์ พูดง่าย ๆ คือถ้าหากเราเป็นฝ่ายผิด ทำให้ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเสียหาย ถ้าเข้าข่ายเงื่อนไขเหล่านี้ ประกันก็ไม่ได้คุ้มครองทรัพย์สินชิ้นนั้นให้เราด้วย เงื่อนไขที่ประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง EP.10 ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง หากใช้รถผิดประเภทหรือสลับตัวผู้ขับขี่ สิ่งที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ได้คุ้มครองข้อที่ 13 สำหรับการทำประกันภัยที่มีความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย หากเราใช้งานรถยนต์ผิดประเภทจากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แล้วเกิดอุบัติเหตุเป็นฝ่ายผิด ประกันภัยจะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถคันเอาประกันภัย แต่ความคุ้มครองบุคคลภายนอก คนขับและผู้โดยสารในรถเรายังให้ความคุ้มครองตามปกติ เช่น ถ้าหากเราทำประกันภัยแบบใช้งานส่วนบุคคล แล้วเราเอารถคันนี้ไปรับจ้างรับส่งผู้โดยสาร แล้วเกิดอุบัติเหตุ หากเราเป็นฝ่ายถูกตัวรถของเรายังมีความคุ้มครองอยู่ แต่หากเราเป็นฝ่ายผิด ก็จะเข้าเงื่อนไขนี้ เราต้องรับผิดชอบการซ่อมรถเราเอง และข้อที่ 14 คือการสลับตัวผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตามอันนี้จะเข้าข่ายเราจงใจปิดบังและทุจริต ถ้าบริษัทสืบเจอเรามีสิทธิ์ถูกฟ้องได้ครับ
เงื่อนไขที่ประกันภัยรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครอง content media
0
0
5
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
13 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 มาถึงความคุ้มครองของประกันรถยนต์ประเภท 1 อันนี้ให้ความคุ้มครองมากที่สุดในบรรดาทุกประเภท นั่นก็คือคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และคุ้มครองคนในรถเรา เหมือนกับประกันประเภท 3, 3+, 2, และ 2+ ส่วนความคุ้มครองความเสียหายของรถเรา ไม่ถูกจำกัดเหมือนประเภท 3+ และ 2+ แล้ว แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 จะปล่อยอิสระให้เราเครมประกันแบบไม่อั้นโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น บนถนนคงไม่มีใครระมัดระวังการขับขี่ มีเงื่อนไข 2 ส่วนที่จะมาเป็นกรอบในความคุ้มครองรถผู้เอาประกันภัย นั้นก็คือ ข้อยกเว้นที่ประกันภัยรถยนต์ไม่คุ้มครอง ถ้าหากขณะเกิดอุบัติเหตุเรามีพฤติกรรมการใช้รถเข้าข่ายเงื่อนไขเหล่านั้น ประกันก็จะไม่ให้ความคุ้มครองรถของเรา และค่าเสียหายส่วนแรก ที่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่าย หากเกิดการเครมรถของผู้เอาประกันภัยแล้วเข้าเงื่อนไขที่เราต้องร่วมเสียค่าเสียหายส่วนแรกด้วย แม้ว่าในกรมธรรม์จะไม่ปรากฎข้อมูลค่าเสียหายส่วนแรกไว้ก็ตาม ทั้ง 2 ส่วนมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ พี่เม่นจะทำคลิปเพื่ออธิบายแยกไปอีกที ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ราคาเริ่มต้นที่ 12,000 บาท และเนื่องจากมีความคุ้มครองรถผู้เอาประกันภัยครอบคลุมเหตุการณ์มากขึ้น จึงต้องถ่ายภาพรถก่อนรับประกันด้วย เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการเครมประกันภัย รถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว หากมีร่องรอยก่อนทำประกันภัย ผู้เอาประกันมีหน้าที่เคลีย์รอยเหล่านั้นให้หมดไปก่อนมีการถ่ายรูป หากถ่ายรูปแล้วมีร่องรอยเหลืออยู่ก็จะถูกติด Remark ให้ความคุ้มครองวัสดุชิ้นนั้นน้อยลง จนถึงไม่ให้ความคุ้มครองเลย สำหรับคนที่มีงบประมาณน้อยหน่อย ปัจจุบันประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ได้ออกแบบแพคเกจที่มีราคาประหยัด จ่ายน้อยลงมาก ราคาเริ่มต้นเพียง 4,900 บาท แต่ก็จะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่จำกัดเพิ่มเข้ามา ก่อนซื้อเราจะต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านั้นก่อนครับ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันประเภทไหน หากเป็นสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์ ทุกคนจะได้สิทธิ์ซื้อประกันในราคาสมาชิกทั้งหมดครับ สนใจศึกษาข้อมูลประกันภัย และการสร้างรายได้จากประกันภัย ติดตามได้ที่ช่อง YouTube SRIKRUNG168 นะครับ
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ EP.4 content media
0
0
2
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
13 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ และ 2+ จากคลิปที่แล้วดูเหมือนประกันภัยประเภท 4 ประเภท 3 และประเภท 2 จะยังให้ความคุ้มครองไม่เพียงพอต่อความต้องการก็เลยเกิดประกันภัยประเภท 5 ขึ้นมาอีก 2 ประเภท นั่นก็คือ ประเภท 5 3+ และประเภท 5 2+ แต่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าประเภท 3+ และประเภท 2+ โดยความคุ้มครองหลักในส่วนความรับผิดบุคคลภายนอก คนขับและผู้โดยสารในรถเรา และการสูญหายหรือไฟไหม้ เหมือนกับประเภท 3 และประเภท 2 ทุกประการใครยังไม่ได้ฟังรายละเอียดย้อนไปฟังคลิปก่อนหน้าได้ครับ แต่สิ่งที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมมาก็คือ คุ้มครองรถของเราในกรณีที่เกิดอุบัติด้วย ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดก็ตาม แต่ก็ยังคงมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่จำกัด ก็คือ ต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ใครเอาไปชนเครื่องบินหรือเรือดำน้ำ ประกันรถยนต์ประเภท 3+ และ 2+ ไม่ให้ความคุ้มครองนะครับ ความหมายของยานพาหนะทางบก หมายถึง รถที่เดินกำลังด้วยเครื่องยนต์ โดยใช้พลังงานเชื้อเพลิง เช่นน้ำมันหรือก๊าซ หรือรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และรวมถึง รถพ่วง รถไฟ และรถราง ส่วนรถจักรยานแม้ว่าจะวิ่งอยู่บนถนนเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ครอบคลุมด้วย เพราะใช้การขับเคลื่อนด้วยกำลังคนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเภท 3+ หรือ 2+ ให้ความคุ้มครองรถของเราเริ่มต้นที่ 100,000 บาท หรือมากกว่านั้นตามแพคเกจและไม่เกินมูลค่าที่แท้จริงของรถ ประเภท 3+ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นประมาณ 4,700 บาท ส่วนประเภท 2+ เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ประมาณ 5,900 บาท เงื่อนไขต้องมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ยังมีรายละเอียดที่ต้องทำความเข้าใจอีก พี่เม่นจะทำคลิปอธิบายแยกไปอีกทีครับ ตอนนี้ ประเภท 3+ และ 2+ ให้ความคุ้มครองรถเราด้วยแล้ว แต่ก็ยังไม่สะดวกกับการใช้งาน ถ้าหากไปชนอย่างอื่นที่ไม่ใช่ยานพาหนะทางบก เช่น เสา รั้ว กำแพง หรือพลิกคว่ำเอง ประเภท 3+ และ 2+ ก็ไม่คุ้มครองอยู่ดี ถ้าอย่างนั้นลองพิจารณาประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 เพิ่มเติมมั้ยครับ ว่าคุ้มครองอะไรบ้างในคลิปหน้าครับ สนใจศึกษาข้อมูลประกันภัย และการสร้างรายได้จากประกันภัย ติดตามได้ที่ช่อง YouTube SRIKRUNG168 นะครับ
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ EP.3 content media
0
0
3
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
13 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ประกันภัยรถยนต์แต่ละประเภทให้ความคุ้มครองอะไรกันบ้าง มาเริ่มต้นกันที่ประกันภัยรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุดกันก่อน ก็คือประกันภัยรถยนต์ประเภท 4 ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อปี ด้วยราคาถูกที่สุด ความคุ้มครองก็จะต่ำที่สุดเช่นกัน โดยประเภท 4 จะให้ความคุ้มครองที่ตรงข้ามกับ พ.ร.บ. คือ ให้ความคุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท เท่านั้น แต่ไม่มีความคุ้มครองผู้ประสบเหตุเลย ว่าแต่แค่ความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก 100,000 พอแล้วจริง ๆ ลองพิจารณาประเภท 3 และประเภท 2 เพิ่มเติมอีกสักนิด ซึ่งประเภท 3 ราคาสูงกว่าประเภท 4 เริ่มต้นที่หลักร้อย แต่ความคุ้มครองที่มากกว่าเป็นหลักล้านเลยครับ โดยประเภท 3 เบี้ยประกันภัยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,900 บาท และประเภท 2 เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาท สิ่งที่จะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมเหมือนกัน ทั้งประเภท 3 และประเภท 2 มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แบ่งออกเป็นทรัพย์สิน และชีวิตของเค้า ในส่วนของทรัพย์สิน เริ่มต้นที่ความคุ้มครองที่ 600,000 บาท แต่บางแพคเกจก็ให้ความคุ้มครองส่วนนี้ถึงหลักล้านเลย ในส่วนชีวิต ร่างกาย และอนามัยของบุคคลภายนอก คุ้มครองในส่วนที่เกินความคุ้มครองสูงสุดของ พ.ร.บ. เพิ่มอีก 500,000 บาทต่อคน แต่บางแพคเกจก็ให้ความคุ้มครองถึงหลักล้านต่อคนเช่นเดียวกัน ซึ่งความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกทั้ง 2 ส่วนนี้มูลค่ารวมกันแล้วไม่เกิน 10 ล้านบาท ถัดมาส่วนที่ 2 คือความคุ้มครองบุคคลที่อยู่ในรถเราทั้งคนขับและผู้โดยสารตามจำนวนที่ระบุในกรมธรรม์ เริ่มต้นที่ 50,000 จนถึงหลักแสนบาทต่อคน นอกจากนั้นยังให้ความคุ้มครองการประกันตัวคนขับ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดอีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมมากกว่าประเภท 3 ก็คือ คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของรถคันเอาประกันภัยด้วย โดยมีความคุ้มครองเริ่มต้นที่ 100,000 บาทหรือมากกว่านั้นตามรายละเอียดในแพคเกจ สังเกตมั้ยครับว่า ประกันภัยประเภท 4 ประเภท 3 และประเภท 2 ไม่ให้ความคุ้มครองรถของเราในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเลย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดประกันภัยประเภท 5 ขึ้นมา ซึ่งพี่เม่นจะอธิบายเพิ่มเติมในคลิปหน้าครับ สนใจศึกษาข้อมูลประกันภัย และการสร้างรายได้จากประกันภัย ติดตามได้ที่ช่อง YouTube SRIKRUNG168 นะครับ
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ EP.2 content media
0
0
3
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
13 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีกี่ประเภท ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมีกี่ประเภท แล้วคุ้มครองอะไรบ้าง ถ้าตอบในมุมของผู้ใช้งานทั่วไป ก็จะบอกว่ามี 5 ประเภท คือ ประเภท1, ประเภท 2, ประเภท 3, ประเภท 2+ และประเภท 3+ แต่ถ้าตอบในมุมของตัวแทนหรือนายหน้าประกันวินาศภัย ก็จะตอบว่ามี 5 ประเภทเหมือนกัน แต่จะมีรายละเอียดการแยกประเภทแตกต่างไปเล็กน้อย นั่นก็คือ ประเภท 1 ประเภท 2 และประเภท 3 เหมือนกันครับ แต่จะมีประเภท 4 และประเภท 5 เพิ่มเข้ามา ประเภท 4 ความคุ้มครองค่อนข้างต่ำก็เลยไม่นิยมขายกัน ส่วนประเภท 5 ออกแบบมาเพิ่มเติมความคุ้มครองรถของผู้เอาประกันภัยในประเภท 2 และ 3 กลายเป็นประเภท 2+ และ 3+ ครับ ความคุ้มครองแต่ละประเภทคุ้มครองอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร พี่เม่นจะอธิบายในคลิปถัดไปครับ
ความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ EP.1 content media
0
0
3
P'MEN
ผู้แนะนำธุรกิจ
ผู้แนะนำธุรกิจ
02 ส.ค. 2564
In สำหรับบุคคลทั่วไป
สวัสดีครับ พี่เม่นจาก srikrung168.com นะครับ คลิปนี้คลิปนี้เป็นคลิปสุดท้ายแล้วนะครับมาถึงขั้นตอนการแจ้งงาน เราจะเลือกแจ้งงานกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ หรือจะคีย์งานเองผ่าน 724 Market ก็ได้แล้วแต่เราสะดวกที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่พี่เม่นอยากให้ปฏิบัติกันคือ หากเป็นการแจ้งงานกับเจ้าหน้าที่เราเช็คเบี้ยกับใคร ขอให้แจ้งงานกับเจ้าหน้าที่คนนั้นเท่านั้น เพราะทุกยอดการแจ้งงานและยอดการสมัครสมาชิก จะเป็นผลงานและรายได้ของน้อง ๆ เจ้าหน้าที่ด้วย แจ้งงานผ่านศรีกรุง ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ในห้องเช็คเบี้ยที่พี่เม่นจัดให้ได้เลย แจ้งงานผ่าน 724 สำหรับสมาชิก 724 Affiliate ให้แจ้งงานที่ไลน์ @724training แจ้งงานผ่าน 724 สำหรับสมาชิกซื้อใช้ทั่วไปให้แจ้งงานที่ไลน์ @724market ก่อนจะแจ้งงาน ให้เราคอนเฟิร์มเบี้ยประกันภัยกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ว่ายังคงเป็นตามใบเสนอราคาหรือไม่ เพราะบางครั้งเราใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจเลือกแพคเกจเบี้ยประกันภัยอาจจะเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็คอนเฟิร์มว่าจะชำระเบี้ยประกันในรูปแบบไหน โอนเงิน หรือบัตรเครดิตธนาคารอะไร จ่ายเต็มหรือผ่อนชำระ ต้องชำระจากยอดตามใบเสนอราคา หรือสามารถหักผลประโยชน์สมาชิกได้เลย สรุปกันเรียบร้อยแล้วให้เราคำนวณผลประโยชน์สมาชิกด้วยตนเองในแพคเกจที่เราเลือก พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่คำนวณผลประโยชน์สมาชิกให้เราตรวจสอบด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าทั้งสองฝ่ายยืนยันข้อมูลตรงกันนะ เป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเอง มาดูในเรื่องเอกสารที่เราจะต้องเตรียมในการแจ้งงานกันก่อน ในแต่ละบริษัทประกันภัยอาจจะใช้เอกสารมากน้อยต่างกัน แต่พี่เม่นแนะนำให้เตรียมแบบจัดเต็มไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็วในการประสานงาน และในวันแจ้งงานแนะนำให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอีกครั้ง แม้เราจะเคยส่งไปแล้วในขั้นตอนการเช็คเบี้ย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาด จากการอ้างอิงข้อมูลจากเอกสารผิดใบ หรือใส่ข้อมูลผิด เอกสารและข้อมูลที่ต้องส่งให้เจ้าหน้าที่ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย กรมธรรมเดิม (ถ้ามี) สำเนารายการจดทะเบียนรถ หนังสือโอนโค้ด (กรณีเป็นงานโอนโค้ด) ใบเสนอราคาของแพคเกจที่เราเลือก หลักฐานการคำนวณผลประโยชน์สมาชิกที่เจ้าหน้าที่ส่งให้เรา หลักฐานการชำระเงิน บริษัทประกันภัยที่เลือก ประเภทประกันภัย + พ.ร.บ. หรือไม่ วันที่เริ่มคุ้มครอง ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร เบอร์โทรศัพท์ผู้เอาประกันภัย รหัสสมาชิกที่ใช้ในการแจ้งงาน หลังจากแจ้งงานเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งใบแจ้งงานให้เรา เราจะต้องตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องครบถ้วน ถ้าหากข้อมูลไหนผิดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่แก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่เลขรับแจ้งในระบบจะออกจะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามาแก้ไขในภายหลังจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ข้อมูลสำคัญที่เราควรจะเช็คให้ถูกต้องคือ เลขทะเบียนรถ และจังหวัด ข้อมูลรถยนต์ ข้อมูลผู้ เลขตัวถัง อันนี้สำคัญมาก ๆ วันคุ้มครอง บริษัทประกันภัย ประเภทประกันภัย ทุนประกัน ราคาเบี้ยประกันภัย ผู้รับผลประโยชน์ (ถ้ารถติดไฟแนนซ์อาจจะต้องใส่ให้ตรวจสอบ) และสุดท้ายกรณีแจ้งงานผ่านเจ้าหน้าที่ศรีกรุง หรือ @724Training ให้เช็ครหัสสมาชิกของผู้แจ้งงานด้วยครับ ว่าเป็นงานของใคร กรณีที่สมาชิก 724 Affiliate หรือ 724 Member เราคีย์งานด้วยตนเองในระบบ 724 Market ต้องล็อคอินเข้าระบบก่อนทุกครั้ง สมาชิก 724 Affiliate ไม่มีปัญหาเพราะเค้าจะล็อคอินด้วยรหัสสมาชิก AM และมีแค่บัญชีเดียวยังไงก็ล็อคอินถูกต้องอยู่แล้ว แต่สำหรับสมาชิก 724 Member ที่สมัครสมาชิกมากกว่า 1 ครั้ง ถือเป็นคนละบัญชี ต้องตรวจสอบให้ดีว่านี่คือบัญชีที่ติดลิ้งค์ของผู้แนะนำของเราหรือไม่ การคีย์ด้วยตนเองใน 724 Market เราไม่ต้องยื่นเอกสาร แต่เน้นย้ำว่าต้องคีย์ข้อมูลและตรวจทานให้ถูกต้องก่อนที่จะยืนยันการแจ้งงาน เพราะถ้าคีย์ผิดก็จะมีผลต่อความคุ้มครอง และการแก้ไขก็จะมีค่าสลักหลังฉบับละ 50 บาทครับ ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการเช็คเบี้ยและแจ้งงานให้ได้ผลประโยชน์คุ้มค่าที่สุด หลักสำคัญคือ ให้เก็บข้อมูลให้ครบด้านที่สุด คำนวณเพื่อเปรียบเทียบเป็นผลประโยชน์ที่ได้ บางแพคเกจอาจจะจ่ายแพงกว่าหลักร้อย แต่ความคุ้มครองมากกว่าหลักล้านก็เป็นไปได้ ตัดสินใจเลือกช่องทางการแจ้งงานให้ดีเพราะศรีกรุงและ 724 โอนโค้ดให้กันไม่ได้ และสุดท้ายมนุษย์ทุกคนย่อมเกิดความผิดพลาดได้ อย่าผลักความรอบคอบในการตรวจทานไปเป็นภาระของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว ให้เราตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเองเสมอครับ
การเช็คเบี้ยและแจ้งงานประกันภัยรถยนต์ให้ได้ผลประโยชน์คุ้มค่าที่สุด EP.8 content media
0
0
16