วิธีซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ได้เบี้ยต่ำกว่า 10,000 บาท มีจริงไหม เช็คเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
- P'MEN

- 21 ก.ค.
- ยาว 1 นาที

⚠️ ข้อควรทราบก่อนอ่านต่อ: ราคาต่ำกว่า 10,000 บาทที่กล่าวถึงในบทความนี้ ใช้ได้กับรถเพียงบางคันที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น และไม่ใช่รถใหม่ ไม่ใช่ราคาที่รถทุกคันจะได้รับ การจะรู้ว่ารถของคุณเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ต้องตรวจสอบเป็นรายคัน
ทำไมประกันรถยนต์ชั้น 1 บางคันถึงถูกกว่าปกติมาก
เบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 คำนวณจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้เบี้ยลดลงจนต่ำกว่า 10,000 บาทได้นั้น มักมาจาก 2 แนวทางที่แตกต่างกัน ซึ่งเหมาะกับรถคนละกลุ่มกัน
แนวทางที่ 1: รางวัลของคนรักษาประวัติดีต่อเนื่อง
กลุ่มนี้คือเจ้าของรถที่ไม่เคยเคลมเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีการเคลมแบบไม่มีคู่กรณีมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันภัยต่ำกว่า 10,000 บาทได้มาจาก 2 ส่วนหลัก
ทุนประกันตามมูลค่าจริงอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำแล้ว ทำให้ฐานเบี้ยประกันภัยไม่สูงตั้งแต่ต้น
ประวัติการขับขี่ดีต่อเนื่อง ถูกนำมาใช้เป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยสะสมทุกปี
ลักษณะที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มนี้คือ เบี้ยประกันภัยจะค่อย ๆ ลดลงทุกปีตามทุนประกันที่ลดลง และสามารถต่อประกันชั้น 1 ต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงจุดที่บริษัทประกันภัยพิจารณาว่าไม่สามารถรับต่อประกันชั้น 1 ได้แล้ว เช่น
ทุนประกันภัยรถยนต์ลดต่ำมาก ๆ (โดยทั่วไปแล้วบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่มักกำหนดทุนขั้นต่ำสำหรับชั้น 2+/3+ ไว้ที่ประมาณ 100,000 บาท)
รถยี่ห้อนั้นเลิกทำตลาดหรือเลิกกิจการในประเทศไทย ทำให้หาอะไหล่ยาก (เคยเกิดขึ้นจริงในตลาด เช่น กรณีเชฟโรเลต)
ไม่มีอะไหล่ทดแทนเพียงพอในตลาดแล้ว
แนวทางที่ 2: รถอายุมากและไม่ได้ทำประกันชั้น 1 ต่อเนื่อง
กลุ่มนี้คือรถเก่าที่อาจว่างเว้นจากการทำประกันชั้น 1 มาระยะหนึ่ง ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยต่ำกว่า 10,000 บาทได้มาจาก 3 ส่วนหลักเช่นกัน แต่ต่างจากแนวทางแรก
เป็นแพคเกจทุนประกันต่ำ ประมาณ 100,000 - 200,000 บาท ขึ้นกับอายุรถ
มักเป็นแพคเกจพิเศษราคาคงที่ ที่ไม่ได้ใช้ประวัติการขับขี่ในแต่ละปีมาคำนวณส่วนลดเหมือนแนวทางที่ 1 แต่เป็นราคาเหมา ดังนั้นเบี้ยประกันภัยจะเท่ากันทุกปี
มักจะมีค่าเสียหายส่วนแรก เพราะเป็นเงื่อนไขที่นำมาใช้ลดเบี้ยประกันภัยได้
รถกลุ่มนี้จะใช้ได้กับ ประกันชั้น 1 แพคเกจพิเศษที่มีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ซึ่งมีข้อจำกัดมากกว่าประกันชั้น 1 ปกติ ได้แก่
หากเคลมในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด หรือเคลมแบบไม่มีคู่กรณี จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งเป็นระดับที่ส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยให้ถูกลงอย่างชัดเจน
ทุนประกันที่บริษัทกำหนดให้อาจถูกจำกัดไว้ (เช่น 100,000 หรือ 200,000 บาท) ซึ่งอาจไม่เท่ากับมูลค่ารถที่แท้จริงในตลาด หากรถเสียหายทั้งคัน เงินชดเชยที่ได้รับอาจไม่เพียงพอต่อการซื้อรถทดแทนในสภาพใกล้เคียงกัน
เมื่อรถมีอายุเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด บริษัทจะไม่รับต่อประกันชั้น 1 ให้อีก
เปรียบเทียบ 2 แนวทางแบบเข้าใจง่าย
หัวข้อ | แนวทางที่ 1: ประวัติดีต่อเนื่อง | แนวทางที่ 2: รถเก่า/แพคเกจพิเศษ |
เหมาะกับรถแบบไหน | รถที่ทำชั้น 1 ต่อเนื่องไม่เคยขาด ไม่เคลมผิด | รถเก่าที่ทุนประกันไม่ลดลงตามอายุ |
ที่มาของเบี้ยถูก | ส่วนลดประวัติสะสม + ทุนปานกลาง | แพคเกจราคาคงที่ + ทุนต่ำ |
ค่าเสียหายส่วนแรก | โดยทั่วไปไม่มี | มี (ประมาณ 3,000-5,000 บาท/ครั้ง) |
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ | เบี้ยจะขยับขึ้นถ้าเคลมผิดครั้งแรก | ต้องจ่ายเองส่วนแรกทุกครั้งที่เคลมผิด/ไม่มีคู่กรณี |
จุดสิ้นสุดสิทธิ์ | ทุนต่ำมาก ๆ / รุ่นรถเลิกผลิต / ไม่มีอะไหล่ | รถอายุเกินเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด |
ผู้ที่ไม่สามารถใช้แพคเกจที่มีเบี้ยต่ำกว่า 10,000 บาท
ได้แก่บุคคลที่มักเคลมในกรณีที่ตนเองเป็นฝ่ายผิดหรือเคลมโดยไม่มีคู่กรณี เนื่องจาก
แนวที่ 1 จะไม่มีประวัติการขับขี่ดีเพื่อใช้เป็นส่วนลด
แนวที่ 2 จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก
ทำไมต้องเช็คเบี้ยกับนายหน้า ไม่ใช่กรอกราคาจากเว็บแล้วจบ
เงื่อนไขทั้งสองแนวทางข้างต้นไม่ได้เป็นตัวเลขตายตัวที่เหมาะสมกับรถทุกคัน แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ และข้อมูลของรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่น อายุ ลักษณะการใช้งาน ประวัติการเคลม และเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทประกันภัยกำหนดในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
การกรอกข้อมูลทะเบียนรถในเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาออนไลน์ทั่วไป มีโอกาสจะได้รับราคาแพ็คเกจประเภทที่ 2 ซึ่งมีค่าเสียหายส่วนแรกโดยที่ผู้ใช้อาจไม่ทราบ และไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของตนเอง
การแจ้งข้อมูลรถให้นายหน้าประกันภัยที่มีใบอนุญาตตรวจสอบให้ก่อน จะช่วยให้รู้ชัดว่ารถของคุณมีโอกาสได้เบี้ยต่ำกว่า 10,000 บาทจากแนวทางไหน หรือเหมาะกับความคุ้มครองแบบใดมากกว่ากัน เพื่อแนะนำการเลือกใช้ได้ถูกต้อง โดยไม่ต้องเสี่ยงเลือกแพคเกจที่ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รถของฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าเข้าเงื่อนไขแนวทางไหน A: แจ้งยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และประวัติการเคลม (ถ้ามี) ให้นายหน้าตรวจสอบให้ ไม่แนะนำให้ประเมินเองจากตัวเลขทั่วไป เพราะเงื่อนไขแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน
Q: ค่าเสียหายส่วนแรกต้องจ่ายทุกครั้งที่เคลมหรือไม่ A: โดยทั่วไปจะจ่ายเฉพาะกรณีที่เป็นฝ่ายผิดหรือเคลมแบบไม่มีคู่กรณี หากมีคู่กรณีและเราไม่ผิด มักไม่ต้องจ่ายส่วนนี้
Q: ถ้าตอนนี้ยังไม่เข้าเงื่อนไข ควรทำอย่างไร A: สามารถแจ้งข้อมูลรถให้นายหน้าประเมินความคุ้มครองที่เหมาะสมกับงบประมาณในปัจจุบันได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นราคาต่ำกว่าหมื่นบาทเสมอไป
สรุปและช่องทางติดต่อ
เบี้ยประกันชั้น 1 ราคาต่ำกว่า 10,000 บาท เป็นไปได้จริง แต่เกิดขึ้นได้กับรถบางคันที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น มักจะไม่ใช่รถใหม่ และมีรายละเอียดที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ ทั้งเรื่องค่าเสียหายส่วนแรกและทุนประกันที่อาจต่ำกว่ามูลค่ารถจริง หากต้องการตรวจสอบว่ารถของคุณเข้าเงื่อนไขแนวทางไหน สามารถแจ้งข้อมูลรถเข้ามาเพื่อให้ประเมินให้ฟรีได้ที่
📱 LINE OA: @srikrung168 📞 โทร: 093-963-6151
ให้บริการโดยนายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากสำนักงาน คปภ. เงื่อนไขความคุ้มครองและเบี้ยประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งกำหนด และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกของศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ ซื้อประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาชิก ซึ่งถือเป็นการสมัครสมาชิก เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว คุณจะสามารถซื้อประกันวินาศภัยทุกประเภทกับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้ในราคาพิเศษทันที
นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพเสริมเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยหรือนายหน้าประกันชีวิต ยังมีโอกาสในการสอบและเข้ารับการอบรมเพื่อขอใบอนุญาตกับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อีกด้วย
ศึกษาสิทธิประโยชน์ของสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์
ติดต่อได้ที่
Line ID : @srikrung168
หรือโทร 0939636151



ความคิดเห็น