ป.2+ VS ป.1 จ่ายถูกกว่าปีละ 8,000 บาท แต่ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ อาจทำคุณเสียมากกว่าที่ประหยัดมา
- P'MEN

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

ถ้าให้เลือกระหว่าง ป.2+ vs ป.1 หลายคนเลือก ป.2+ เพราะเบี้ยถูกกว่า ป.1 ชัดเจน แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ป.2+ คุ้มครองเฉพาะกรณี "มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกที่ระบุตัวได้" เท่านั้น ส่วนอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น เสียหลักเอง ชนวัตถุ หรือถูกชนแล้วหนี ผู้ขับต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเองทั้งหมด บทความนี้จำลอง 5 สถานการณ์ที่พบได้จริงบนท้องถนน พร้อมเปรียบเทียบตัวเลขให้เห็นภาพว่า "ส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดได้" กับ "ความเสี่ยงที่ต้องแบกไว้เอง" อันไหนคุ้มกว่ากัน
เบี้ยประกันเฉลี่ยที่ใช้เปรียบเทียบ ป.2+ vs ป.1 ในบทความนี้
รายการ | ป.2+ | ป.1 | ส่วนต่าง |
เบี้ยประกันภัยโดยประมาณ/ปี* | 7,000 บาท | 15,000 บาท | 8,000 บาท |
*ตัวเลขนี้เป็นราคากลางเพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับทุนประกัน ยี่ห้อ-รุ่นรถ อายุผู้ขับ ชั้นประกัน และเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ควรขอใบเสนอราคาจริงจากพี่เม่นก่อนตัดสินใจ
พูดง่าย ๆ คือ ป.2+ ประหยัดเบี้ยไปปีละ 8,000 บาท — คำถามคือ ถ้าเกิดเหตุที่ ป.2+ ไม่คุ้มครองแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนต่างที่ประหยัดมาจะพอจ่ายค่าซ่อมหรือไม่
5 สถานการณ์จำลอง: เมื่อ "ไม่มีคู่กรณี" กลายเป็นภาระของเจ้าของรถ
ตัวเลขค่าซ่อมด้านล่างเป็นค่าประมาณการเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น อ้างอิงจากลักษณะความเสียหายที่พบได้ทั่วไปในตลาด ไม่ใช่ราคาที่การันตี ค่าซ่อมจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ อะไหล่ และอู่ที่ซ่อม
เหตุการณ์ที่ 1: ถอยชนขอบทาง/ฟุตบาท
ความเสียหายเล็กน้อย กันชนหลังถลอกหรือร้าว ไม่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะ
ป.2+ | ป.1 | |
ค่าซ่อมโดยประมาณ | 3,000–8,000 บาท | 3,000–8,000 บาท |
ผู้จ่าย | เจ้าของรถจ่ายเอง 100% | บริษัทประกันจ่าย : มีเงื่อนไขค่า เสียหายส่วนแรกจากการเคลมไม่มีคู่กรณี จะได้รับการอนุโลมหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทประกันภัย |
เหตุการณ์ที่ 2: เสียหลักชนเสาไฟฟ้า/ต้นไม้ริมทาง
ความเสียหายเริ่มหนักขึ้น กันชนหน้า ไฟหน้า หรือโครงหน้ารถบุบ
ป.2+ | ป.1 | |
ค่าซ่อมโดยประมาณ | 15,000–40,000 บาท | 15,000–40,000 บาท |
ผู้จ่าย | เจ้าของรถจ่ายเอง 100% | บริษัทประกันจ่าย : มีเงื่อนไขค่า เสียหายส่วนแรกจากการเคลมไม่มีคู่กรณี จะได้รับการอนุโลมหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทประกันภัย |
จุดสังเกต: ป.2+ vs ป.1 เฉพาะเหตุการณ์นี้เหตุการณ์เดียว ค่าซ่อมก็อาจสูงกว่าส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดมาทั้งปี (8,000 บาท) แล้ว
เหตุการณ์ที่ 3: ถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี
แม้จะมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกจริง แต่เมื่อระบุตัวไม่ได้ ป.2+ จะถือว่าขาดเงื่อนไขเรื่องคู่กรณี
ป.2+ | ป.1 | |
ค่าซ่อมโดยประมาณ | 20,000–60,000 บาท | 20,000–60,000 บาท |
ผู้จ่าย | เจ้าของรถจ่ายเอง 100% | บริษัทประกันจ่าย : มีเงื่อนไขค่า เสียหายส่วนแรกจากการเคลมไม่มีคู่กรณี จะได้รับการอนุโลมหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทประกันภัย |
เหตุการณ์ที่ 4: หักหลบแล้วตกคูข้างทาง/พลิกคว่ำ (ซ่อมได้)
ความเสียหายระดับสูง แต่รถยังซ่อมคุ้ม ไม่ถึงขั้นคืนทุนประกันภัย
ป.2+ | ป.1 | |
ค่าซ่อมโดยประมาณ | 80,000–150,000 บาท | 80,000–150,000 บาท |
ผู้จ่าย | เจ้าของรถจ่ายเอง 100% | บริษัทประกันจ่าย : มีเงื่อนไขค่า เสียหายส่วนแรกจากการเคลมไม่มีคู่กรณี จะได้รับการอนุโลมหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทประกันภัย |
เหตุการณ์ที่ 5: อุบัติเหตุพลิกคว่ำ/ตกเขา/ตกน้ำ (ไม่ใช่น้ำท่วม) จนคืนทุนประกันภัย
รถเสียหายทั้งคันจนซ่อมไม่คุ้ม บริษัทประกันจ่าย "คืนทุนประกันภัย" (Total Loss) — แต่เฉพาะกรมธรรม์ที่คุ้มครองอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณีเท่านั้น
ป.2+ | ป.1 | |
มูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ (ตัวอย่าง) | 350,000 บาท | 350,000 บาท |
เงินที่ได้รับ | 0 บาท (ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี) | คืนทุนประกันภัยตามที่ระบุในกรมธรรม์ |
ผู้จ่าย | เจ้าของรถแบกรับความเสียหายทั้งคัน | บริษัทประกันจ่าย : มีเงื่อนไขค่า เสียหายส่วนแรกจากการเคลมไม่มีคู่กรณี จะได้รับการอนุโลมหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทประกันภัย |
ตารางสรุป: ส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัด vs ความเสี่ยงที่ต้องแบกเอง
เหตุการณ์ | ค่าซ่อม/ความเสียหายโดยประมาณ | ส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดจากการเลือก ป.2+ (สะสม 1 ปี) | ผลลัพธ์ถ้าใช้ ป.2+ |
1. ชนขอบทาง | 3,000–8,000 บาท | 8,000 บาท | เกือบเท่าทุน หรือขาดทุนเล็กน้อย |
2. ชนเสาไฟฟ้า/ต้นไม้ | 15,000–40,000 บาท | 8,000 บาท | ขาดทุน 7,000–32,000 บาท |
3. ชนแล้วหนี | 20,000–60,000 บาท | 8,000 บาท | ขาดทุน 12,000–52,000 บาท |
4. ตกคู/พลิกคว่ำ (ซ่อมได้) | 80,000–150,000 บาท | 8,000 บาท | ขาดทุน 72,000–142,000 บาท |
5. พลิกคว่ำ/ตกน้ำ คืนทุนประกันภัย | มูลค่ารถทั้งคัน (ตัวอย่าง 350,000 บาท) | 8,000 บาท | ขาดทุนเท่ากับมูลค่ารถทั้งคัน |
จะเห็นว่าระหว่าง ป.2+ vs ป.1 แค่เกิดเหตุการณ์ที่ 2 เพียงครั้งเดียวตลอดอายุกรมธรรม์ ส่วนต่างเบี้ยที่ประหยัดมาก็ไม่พอจ่ายค่าซ่อมแล้ว และยิ่งความเสียหายรุนแรงขึ้นเท่าไร ช่องว่างความเสี่ยงยิ่งถ่างมากขึ้นเท่านั้น
ข้อสังเกตเพิ่มเติมที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1. ค่า Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก) ของ ป.1 กรณีเคลมไม่มีคู่กรณี
ป.1 คุ้มครองอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี แต่โดยกรมธรรม์มาตรฐานทั่วไปในตลาดจะมีเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยร่วมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประมาณ 1,000 บาทต่อครั้ง ในกรณีที่เคลมโดยไม่มีคู่กรณี ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาอนุโลมไม่เรียกเก็บก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละบริษัทและเงื่อนไขกรมธรรม์ในแต่ละเหตุการณ์ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ฉบับจริงทุกครั้ง
แม้ต้องจ่ายค่า Excess 1,000 บาทต่อครั้ง เมื่อเทียบกับค่าซ่อมจริงในตารางข้างต้น ก็ยังถือว่าคุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าซ่อมเต็มจำนวนด้วยตัวเองอย่างมาก
2. ทุนประกัน "รถเรา" ของ ป.2+ ที่มักถูกมองข้าม
ผลิตภัณฑ์ ป.2+ ในตลาดส่วนใหญ่มักเริ่มต้นให้เลือกทุนประกันภัยส่วน "รถเรา" (สำหรับกรณีที่คุ้มครองจริง เช่น ชนกับยานพาหนะที่มีคู่กรณี) ที่ระดับประมาณ 100,000 บาทเป็นฐาน หากวันที่ทำประกันภัยรถของท่านมีมูลค่าตลาดสูงกว่านั้นมาก การตั้งทุนประกันภัยไว้ต่ำเกินมูลค่ารถจริง จะยิ่งทำให้ได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอเมื่อเกิดความเสียหายหนักหรือคืนทุนประกันภัย ควรตรวจสอบทุนประกันภัยให้สอดคล้องกับมูลค่ารถจริง ณ วันทำสัญญาเสมอ
สรุปสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ
ป.2+ ไม่ใช่ตัวเลือกที่ผิด และเหมาะกับผู้ที่ประเมินความเสี่ยงของตัวเองแล้วว่ารับได้ เช่น ขับใช้งานในเส้นทางที่คุ้นเคย ความเสี่ยงอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณีต่ำ หรือมีเงินสำรองสำหรับซ่อมรถฉุกเฉิน แต่สำหรับผู้ที่ขับทางไกลบ่อย ขับกลางคืน หรือรถมีมูลค่าสูง ส่วนต่างเบี้ย 8,000 บาทต่อปีอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับเองในวันที่เกิดเหตุ
การเลือกชั้นประกันภัยที่เหมาะสมควรพิจารณาจากพฤติกรรมการขับ เส้นทางที่ใช้งาน และมูลค่ารถ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขเบี้ยที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ป.2+ คุ้มครองอะไรบ้าง ป.2+ คุ้มครองไฟไหม้ โจรกรรม น้ำท่วม และความเสียหายต่อตัวรถกรณีชนกับยานพาหนะทางบกที่มีคู่กรณีระบุตัวได้ ไม่คุ้มครองอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น เสียหลักเอง หรือชนวัตถุ
ถ้าถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี ป.2+ จะเคลมได้ไหม โดยทั่วไปในตลาด กรณีนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองจาก ป.2+ เนื่องจากไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัทที่เลือกใช้อีกครั้ง
Deductible กับ Excess คืออันเดียวกันไหม เป็นค่าเสียหายส่วนแรกเหมือนกัน คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมจ่ายเองในกรณีเคลมเป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี แต่ใช้งานในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คนละจุด
Deductible แสดงในหน้ากรมธรรม์ มีไว้เพื่อให้เบี้ยประกันภัยหน้ากรมธรรม์ถูกลง
Excess ไม่แสดงในหน้ากรมธรรม์ แต่แสดงในเอกสาร "เงื่อนไขและความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1" เป็นเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องร่วมจ่ายในบางกรณี เช่น การเคลมแบบไม่มีคู่กรณี
ควรเปลี่ยนจาก ป.2+ เป็น ป.1 เมื่อไหร่ ควรพิจารณาเมื่อรถมีมูลค่าสูงขึ้น ขับทางไกลหรือเส้นทางเสี่ยงบ่อยขึ้น หรือมีกำลังซื้อที่รองรับเบี้ยที่สูงขึ้นได้ แนะนำให้ปรึกษานายหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลนี้จัดทำโดย พี่เม่น นายหน้าประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตัวเลขเบี้ยประกันภัยและค่าซ่อมที่ปรากฏในบทความนี้เป็นการประมาณการเพื่อการศึกษาเปรียบเทียบเท่านั้น มิใช่การรับประกันราคาหรือความคุ้มครองที่แน่นอน เงื่อนไขความคุ้มครองที่แท้จริงเป็นไปตามกรมธรรม์ของแต่ละบริษัทประกันภัย ควรตรวจสอบและปรึกษานายหน้าก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
สนใจให้ประเมินความเสี่ยงเฉพาะรถของคุณ หรือขอใบเสนอราคาเปรียบเทียบ ป.1 และ ป.2+ ทักไลน์ @srikrung168 ได้เลยครับ
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกของศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่ ซื้อประกันอุบัติเหตุสำหรับสมาชิก ซึ่งถือเป็นการสมัครสมาชิก เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว คุณจะสามารถซื้อประกันวินาศภัยทุกประเภทกับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้ในราคาพิเศษทันที
นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพเสริมเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยหรือนายหน้าประกันชีวิต ยังมีโอกาสในการสอบและเข้ารับการอบรมเพื่อขอใบอนุญาตกับศรีกรุงโบรคเกอร์ได้อีกด้วย
ศึกษาสิทธิประโยชน์ของสมาชิกศรีกรุงโบรคเกอร์
ติดต่อได้ที่
Line ID : @srikrung168
หรือโทร 0939636151



ความคิดเห็น